จอร์แดนฉะ อินฟานติโน่ กลบกระแสวิจารณ์ บอล โลก

จอร์แดน ฉะ อินฟานติโน่ อย่างดุเดือด
เจ้าชายอาลี บิน ฮุสเซน ประธานสมาคมฟุตบอลจอร์แดน ออกมากล่าวหา จานนี่ อินฟานติโน่ ว่า กำลังฉวยโอกาสใช้เวทีการประชุมระดับทวีปเอเชียเป็นเครื่องมือหาเสียงเพื่อนั่งประธานฟีฟ่าต่อไป แม้บริหารเรื่องสิทธิ์ บอล โลก ผิดพลาด
ในการประชุมวิสามัญของ AFC ที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ กรุงโตเกียว ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล-คาลิฟา ประธาน AFC ได้ประกาศท่าทีอย่างชัดเจนในการให้การสนับสนุน อินฟานติโน่ ในการลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่า ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยอ้างว่าเพื่อความเป็นเอกภาพและเสถียรภาพในการพัฒนาฟุตบอลในภูมิภาคเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวกลับได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากเจ้าชาย อาลี บิน ฮุสเซน ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานฟีฟ่ามาแล้ว เจ้าชายอาลี ได้ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของการประชุมในวันสุดท้าย โดยระบุว่า ช่วงแรกของการประชุมเป็นการหารือเรื่องการพัฒนากีฬาฟุตบอลตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงประเด็นทางการเมือง บรรยากาศกลับถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ
“รายงานที่ระบุว่าทวีปเอเชียมีมติเป็นเอกภาพในการสนับสนุนประธานฟีฟ่าคนต่อไปนั้น ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด” เจ้าชายอาลี กล่าว
“ในความเป็นจริง ไม่มีตัวแทนคนใดได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม อภิปราย หรือแม้แต่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเลย การขาดความโปร่งใสจะนำไปสู่การขาดความรับผิดชอบ และไม่ควรมีการข่มขู่ การใช้อิทธิพล หรือการรับสินบนเกิดขึ้นในกระบวนการเลือกตั้งผู้นำ บอลโลก“
การออกมาเปิดหน้าชนของผู้นำฟุตบอลจอร์แดนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมภายใน AFC และสร้างข้อสงสัยต่อกระบวนการสรรหาผู้นำฟีฟ่าว่ามีความละม้ายคล้ายกับการรวบอำนาจล่วงหน้ามากกว่ากระบวนการประชาธิปไตย
อินฟานติโน่ พยายามรวบรวมเสียงสนับสนุน
จานนี่ อินฟานติโน่ ซึ่งก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานฟีฟ่าตั้งแต่ปี 2016 ต่อจาก เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ กำลังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรักษาเก้าอี้บริหารสูงสุดขององค์กรลูกหนังโลก การได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากผู้นำของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้รับการหนุนหลังอย่างเป็นทางการจากสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (CONMEBOL) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา (CAF) ไปก่อนหน้าแล้ว
ส่งผลให้โอกาสที่ อินฟานติโน่ จะครองตำแหน่งเป็นวาระที่ 4 (ยาวนานไปจนถึงปี 2031) แทบจะไร้เสี้ยนหนาม เนื่องจากยังไม่มีคู่แข่งรายใดก้าวขึ้นมาท้าชิงอย่างชัดเจน ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) กลายเป็นฝ่ายที่เริ่มโดดเดี่ยวและพยายามตั้งคำถามถึงทิศทางการบริหารงานของฟีฟ่าอย่างต่อเนื่อง

การมอบสิทธิ์ฟุตบอลโลกยังเป็นพิพาทใหญ่
ความขัดแย้งในห้องประชุมที่โตเกียวไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตของความไม่พอใจที่สะสมมาอย่างยาวนานต่อสไตล์การบริหารงานของ อินฟานติโน่ โดยเฉพาะในประเด็นการมอบสิทธิ์และการจัดแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักจากสื่อต่างประเทศและองค์กรฟุตบอลทั่วโลกในหลายมิติ
ฟีฟ่าภายใต้การนำของ อินฟานติโน่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับกระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก ปี 2034 ซึ่งการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์อย่างเร่งด่วนและการจำกัดเวลาเสนอตัว ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียกลายเป็นผู้เสนอตัวเพียงรายเดียวและได้รับสิทธิ์ บอลโลก ไปโดยแทบไร้การแข่งขัน ข้อครหานี้สร้างความคลางแคลงใจแก่สมาชิกหลายประเทศถึงความโปร่งใสในการรวบรัดตัดความ
ก่อนหน้านี้ อินฟานติโน่ เคยผลักดันแนวคิดการจัด ถ้วยบอลโลก ทุกๆ 2 ปี รวมถึงข้อเสนอการขายสิทธิ์การตลาดและลิขสิทธิ์พาณิชย์บางส่วนของ ฟุตบอลโลก ให้แก่นักลงทุนภายนอก ซึ่งเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจาก UEFA และ CONMEBOL จนต้องชะลอและยกเลิกแผนไปในที่สุด ทว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำลายความไว้วางใจระหว่างฟีฟ่ากับสมาพันธ์ทวีปอย่างมหาศาล
โดยในการจัด ฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมาซึ่งกระจายจัดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก อินฟานติโน่ ต้องเผชิญคำถามและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายวีซ่า ประเด็นสิทธิมนุษยชน และการเมืองระหว่างประเทศ แม้เจ้าตัวจะออกมาตอบโต้ข้อวิจารณ์ผ่านสื่อว่าผู้ที่โจมตีฟีฟ่ากำลัง “บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง” และย้ำว่าฟุตบอลคือเครื่องมือสร้างสันติภาพก็ตาม
ทั้งนี้การออกมาเคลื่อนไหวของเจ้าชายอาลี บิน ฮุสเซน ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการคัดค้านการรวบหัวรวบหางในสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาคมฟุตบอลทั่วโลกถึงภาวะขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล (Checks and Balances) ภายในโครงสร้างการบริหารของฟีฟ่า
แม้ในปัจจุบัน อินฟานติโน่ จะยังคงมีฐานเสียงสนับสนุนที่มั่นคงจากชาติสมาชิกส่วนใหญ่ในแอฟริกาและเอเชียที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการเงินอุดหนุนพัฒนาฟุตบอล แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งจอร์แดน ยุโรป และกลุ่มตัวแทนนักเตะ กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ฟีฟ่า ไม่อาจมองข้ามได้ ในขณะที่โลกฟุตบอลกำลังเดินทางเข้าสู่การเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด Worldmatch และ บอล โลก รวมไปถึง ถ้วยบอลโลก ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่ เว็บบอลโลก แห่งนี้