สภาฟีฟ่า ปัดข้อเสนอแก้กฎโทษแบนกันซ้ำรอย บอล โลก

ข้อเสนอแก้โทษแบนโดนสภาฟีฟ่าปัดตก
เด็บบี้ ฮีวิตต์ รองประธาน ฟีฟ่า และประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เปิดเผยกับสื่อใหญ่ระดับโลกอย่าง BBC ว่า สภาฟีฟ่า มีมติปัดตกข้อเสนอเปลี่ยนกฎโทษแบนจากใบแดงโดยตรง เกี่ยวกับเคสใน บอล โลก
มตินี้เกิดขึ้นในการประชุมระดับบริหาร ณ สำนักงานใหญ่ฟีฟ่า นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา
โดยการตัดสินใจดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการฟุตบอลระดับชาติ เนื่องจากข้อเสนอแก้กฎดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและป้องกันไม่ให้เกิด “เคสอัปยศ” ซ้ำรอย กรณีการยกเว้นโทษแบนให้แก่ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ฉนวนเหตุสำคัญของความขัดแย้งในครั้งนี้ย้อนกลับไปในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ในศึกการแข่งขันดังกล่าว โฟลาริน บาโลกัน ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีมชาติสหรัฐฯ ถูกผู้ตัดสินแจกใบแดงไล่ออกจากสนามโดยตรง ซึ่งตามระเบียบวินัยมาตรฐานของ ฟีฟ่า แล้ว ผู้เล่นที่ได้รับใบแดงโดยตรงจะต้องโดนลงโทษห้ามลงสนามโดยอัตโนมัติอย่างน้อย 1 นัดในเกม ฟุตบอลโลก นัดถัดไป
ทว่า เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ถ้วยบอลโลก ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าได้ใช้อำนาจตามมาตรา 27 (Article 27) ประกาศเปลี่ยนโทษแบน 1 นัดของบาโลกัน ให้กลายเป็น “การลงโทษแบบรอลงอาญา” ส่งผลให้ดาวยิงชาวอเมริกันสามารถลงสนามช่วยทีมชาติสหรัฐฯ ในเกมนัดสำคัญ บอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ เบลเยี่ยม ได้ทันที
ในเวลาต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมายอมรับอย่างเปิดเผยว่า ตนเองได้โทรศัพท์สายตรงหา จานนี อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เพื่อขอให้มีการทบทวนการตัดสินใจกรณีใบแดงของบาโลกัน โดย ทรัมป์ กล่าวว่า
“ผมไม่คิดว่านั่นเป็นการฟาวล์ ผมถนัดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว… ผมไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไร แต่ผมไม่เชื่อว่าจังหวะนั้นควรเป็นใบแดง”
การยื่นมือเข้ามาแทรกแซงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ที่ออกมาประณามว่าฟีฟ่าเอนเอียงและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกแซงหรือการใช้ดุลยพินิจสองมาตรฐานเช่นนี้ซ้ำอีก คณะทำงานฝ่ายกฎหมายจึงได้ยื่นข้อเสนอต่อสภาฟีฟ่าเพื่อแก้ไขระเบียบวินัยอย่างเป็นทางการ
สาระสำคัญของข้อเสนอแก้กฎระเบียบนี้คือ “กำหนดให้โทษแบนห้ามลงสนามอัตโนมัติ 1 นัดจากการได้รับใบแดง ไม่สามารถถูกยกเลิก ผ่อนผัน หรือเปลี่ยนเป็นโทษรอลงอาญาได้ในทุกกรณี” เพื่อให้ระบบลงโทษของฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์นานาชาติมีความเด็ดขาด แน่นอน และปราศจากการแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภาฟีฟ่าที่เมืองซูริก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่ในสภาฟีฟ่า กลับมีมติ “ปฏิเสธ” ข้อเสนอดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ข้อบังคับและระเบียบวินัยเดิมที่มีอยู่นั้นมีความครอบคลุมและเหมาะสมอยู่แล้ว ทำให้กฎเปิดช่องให้สลับเปลี่ยนโทษแบนใบแดงเป็นรอลงอาญายังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
หลังจบการประชุม เด็บบี้ ฮีวิตต์ รองประธานฟีฟ่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง BBC ด้วยถ้อยคำที่ดุเดือด โดยเธอแสดงความผิดหวังอย่างมากที่สภาฟีฟ่า ปฏิเสธการปฏิรูปกฎระเบียบครั้งนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องประชุมสภาฟีฟ่า
ฮีวิตต์ ระบุว่า บรรดากรรมการสภาฟีฟ่าหลายราย รวมถึงตัวเธอเอง ได้พยายามตั้งคำถามและเรียกร้องความชัดเจนจาก จานนี่ อินฟานติโน่ ทั้งในประเด็นการแทรกแซงกรณีบาโลกัน และกรณีความพยายามแอบแฝงขายหุ้นการค้าของฟุตบอลโลกผ่านนิติบุคคล FIFA Forward Enterprise ที่ อินฟานติโน่ เพิ่งออกมากล่าวคำขอโทษต่อสภา

“เราได้ร้องขอคำตอบในหลายประเด็นที่เจาะจง รวมถึงการขอเข้าถึงเอกสารสำคัญเกี่ยวกับ FIFA Forward Enterprise แต่เรากลับไม่ได้รับคำตอบใดๆ เลย”
“เมื่อเราจี้ถามในสภา พวกเขาทำเพียงแค่บอกให้เรายื่นคำถามทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรแทน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล อินฟานติโน่ มีหน้าที่ต้องตอบคำถามเหล่านี้ตรงๆ และหากเขาไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ เขาก็ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานฟีฟ่า อีกต่อไป สิ่งนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกลางที่ประชุมด้วยเช่นกัน”
การปฏิเสธการแก้กฎใบแดงครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสภายในองค์กรลูกหนังโลกเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงรอยร้าวลึกระหว่างฝ่ายบริหารระดับสูงของฟีฟ่า นำโดย อินฟานติโน่ กับตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลในฝั่งยุโรปและอังกฤษ
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด Worldmatch และ บอล โลก รวมไปถึง ถ้วยบอลโลก ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่ เว็บบอลโลก แห่งนี้