อินฟานติโน่ ชื่นชม โมร็อกโก พร้อมจัด บอลโลก 2030

จานนี่ อินฟานติโน่ ชม โมร็อกโก มีความพร้อมจัดศึก บอล โลก 2030
จานนี่ อินฟานติโน่ เดินทางไปเยือน โมร็อกโก เจ้าภาพร่วม บอล โลก 2030 อย่างเป็นทางการ

อินฟานติโน่ เอ่ยชมความพร้อม โมร็อกโก เจ้าภาพร่วม บอลโลก 2030

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธาน ฟีฟ่า เดินทางมาเยือน โมร็อกโก อีกครั้ง โดยกำหนดจัดขึ้นให้ตรงกับช่วงฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี โดยกล่าวชื่นชมพร้อมเป็นเจ้าภาพ บอลโลก 2030

การเดินทางมาเยือนของประมุขลูกหนังโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลหญิงระดับเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทอันโดดเด่นและทรงอิทธิพลของโมร็อกโกในเวทีฟุตบอลระดับโลก ในขณะที่ประเทศแห่งนี้กำลังเร่งเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสำหรับการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2030 ร่วมกับประเทศสเปนและโปรตุเกส

ในโอกาสเดินทางถึงโมร็อกโก ฟูซี เลคจา ประธานสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของวงการกีฬาโมร็อกโก ได้ให้การต้อนรับ จานนี่ อินฟานติโน่ และคณะทำงานจากฟีฟ่าอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ

อินฟานติโน่ ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมชมเกมนัดเปิดสนามของทัวร์นาเมนต์ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของแฟนบอลหลายหมื่นคนที่เข้ามาเติมเต็มความจุของสนามจนเต็มความจุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอลังการในการจัดการแข่งขันและความพร้อมของโมร็อกโกในการเป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์กีฬาระดับนานาชาติ

ฟูซี เลคจา ได้กล่าวแสดงความยินดีและขอบคุณประธานฟีฟ่าที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนโมร็อกโกมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าโมร็อกโกมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันฟุตบอลในทุกระดับ โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก

ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศ ประธานฟีฟ่า ได้แสดงความประทับใจอย่างยิ่งต่อพัฒนาการและความหลงใหลในกีฬาฟุตบอลของประชาชนชาวโมร็อกโก โดยเขาระบุว่าทุกครั้งที่เดินทางมาเยือนประเทศแห่งนี้ เขาจะสัมผัสได้ถึงพลังและความรักในเกมลูกหนังที่เข้มข้นและบริสุทธิ์เสมอ

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเยือนโมร็อกโกอีกครั้ง ประเทศแห่งนี้มีความรักและความหลงใหลในฟุตบอลอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ในระดับทีมชาติชุดใหญ่ แต่รวมถึงฟุตบอลเยาวชนและฟุตบอลหญิงด้วย”

“การจัดงานศึกฟุตบอลหญิง U17 ซึ่งเป็น ฟุตบอลโลก 2026 ในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โมร็อกโก ไม่เพียงแต่เป็นมหาอำนาจฟุตบอลในแอฟริกาเท่านั้น แต่คือหนึ่งในผู้นำของวงการฟุตบอลระดับโลก” อินฟานติโน่ กล่าว

ประธานฟีฟ่ายังได้กล่าวชื่นชมการทำงานของสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก ภายใต้การนำของ ฟูซี เลคจา รวมถึงการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสมเด็จพระราชธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ศูนย์ฝึกซ้อมระดับโลก (Complexe Mohammed VI) และการเปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้หญิงได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในวงการกีฬา

โมร็อกโก จะเป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมจัดศึก บอล โลก 2030
โมร็อกโก พร้อมทำงานร่วมกับ สเปน และ ฝรั่งเศส ใน บอล โลก หนหน้า

ประเด็นสำคัญที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการเยือนครั้งนี้ คือความเชื่อมโยงระหว่างการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหญิง U17 ชิงแชมป์โลก 2026 กับความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2030

อินฟานติโน่ เน้นย้ำว่า การที่โมร็อกโกได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัด บอล โลก หญิง U17 ติดต่อกันถึง 5 สมัย (ตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2029) ตามมติใหม่ของฟีฟ่า ถือเป็น “ห้องทดลอง” และ “เวทีทดสอบ” ที่สมบูรณ์แบบในการฝึกฝนระบบบริหารจัดการ การขนส่ง การดูแลนักกีฬา และระบบสาธารณูปโภค ก่อนที่มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างศึกชิง ถ้วยบอลโลก 2030 จะเริ่มต้นขึ้น

“การทำงานร่วมกันระหว่าง โมร็อกโก, สเปน และโปรตุเกส สำหรับปี 2030 ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีที่เชื่อมโยงสองทวีปเข้าด้วยกัน คือแอฟริกาและยุโรป” ประธานฟีฟ่า กล่าวเสริม 

“จากสิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้ในการแข่งขัน U17 ชิงแชมป์โลก 2026 ผมไม่มีข้อสงสัยเลยว่าโมร็อกโกจะพร้อม 100% สำหรับปี 2030 และพวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลก”

นอกจากเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและเทคนิคแล้ว สื่อต่างประเทศยังระบุอีกว่า การเดินทางมาเยือนของอินฟานติโน่ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนของฟีฟ่า ในการผลักดันและส่งเสริมฟุตบอลหญิงในทวีปแอฟริกาให้ก้าวขึ้นสู่ระดับสากล

การแข่งขัน ฟุตบอลหญิง U17 ชิงแชมป์โลก 2026 จะถูกจัดขึ้นในรูปแบบใหม่ที่มีการเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วมแข่งขันเป็น 24 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติจากทั่วโลกและทวีปแอฟริกาได้เข้าร่วมแข่งขันในระดับสูงมากขึ้น ซึ่งการที่โมร็อกโกรับหน้าที่เป็นศูนย์กลางของทัวร์นาเมนต์นี้ ยิ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กสาวและนักฟุตบอลหญิงรุ่นใหม่ทั่วทั้งภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง

ความสำเร็จในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ พร้อมกับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจาก จานนี่ อินฟานติโน่ และฟีฟ่า จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า โมร็อกโก ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงประเทศที่ชื่นชอบฟุตบอล ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางฟุตบอลระดับโลก” ที่พร้อมจะต้อนรับแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลกในศึกฟุตบอลโลก 2030 ที่กำลังจะมาถึงอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ

และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด Worldmatch และ บอล โลก รวมไปถึง ถ้วยบอลโลก ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่ เว็บบอลโลก แห่งนี้