เด ลา ฟูเอนเต้ คว้ากุนซือยอดเยี่ยม หลังพา สเปน คว้าแชมป์ บอล โลก

ฟูเอนเต้ คว้ากุนซือยอดเยี่ยมแห่งปี
หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ คว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมหรือ “โยฮัน ครัฟฟ์ โทรฟี่” ในพิธีมอบรางวัลบัลลงดอร์ 2026 จากความสำเร็จพา ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์ บอล โลก 2026
กุนซือมากประสบการณ์รายนี้ถือเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะคว้ารางวัลดังกล่าว หลังจากพา ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 มาครอง โดยลูกทีมของเขาได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกด้วยการผสมผสานระหว่างวินัยทางแท็กติกและความคิดสร้างสรรค์ในสนาม
ขณะยืนอยู่บนเวทีเพื่อรับรางวัล เด ลา ฟูเอนเต้ ที่พา สเปน เป็นแชมป์ บอลโลก กลางปีที่ผ่านมา ยังคงแสดงความถ่อมตนแม้จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม เขากล่าวชื่นชมเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ พร้อมย้ำถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกคนที่ทำให้ทีมก้าวมาถึงจุดนี้ได้
“สวัสดี ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้รับรางวัลนี้ แค่ได้มีชื่อเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงก็ถือเป็นรางวัลในตัวของมันเองแล้ว ผมจึงอยากแสดงความยินดีกับผู้เข้าชิงท่านอื่นๆ ที่สมควรได้รับโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน”
“ผมมองว่าความสำเร็จนี้เป็นผลงานของทุกคน ทั้งกลุ่มผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่เก่งที่สุดในโลกครับ” เขากล่าวต่อหน้าเหล่าบุคคลสำคัญในวงการฟุตบอลที่มาร่วมงาน

แชมป์โลก 2026 ของ สเปน ทำให้ เด ลา ฟูเอนเต้ คว้าตำแหน่งยอดโค้ช
การแข่งขันเพื่อชิงรางวัล “โยฮัน ครัฟฟ์ โทรฟี” ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยมีกุนซือหลายรายที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เด ลา ฟูเอนเต้ สามารถเอาชนะคู่แข่งชาวสเปนด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ เอ็นริเก้ จากปารีส แซงต์ แชร์กแมง, มิเกล อาร์เตต้า จาก อาร์เซนอล และอูไน เอเมรี่ ผู้พาแอสตัน วิลล่า คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก นอกจากนี้ยังมี แวงซองต์ กอมปานี กุนซือของ บาเยิร์น มิวนิก รวมอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 คน
แม้คู่แข่งแต่ละคนจะมีโปรไฟล์ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แต่ชัยชนะใน ฟุตบอลโลก ของ เด ลา ฟูเอนเต้ กลายเป็นปัจจัยตัดสินสำคัญที่ทำให้เขาได้รับคะแนนโหวตเหนือกว่าคนอื่นๆ โดยในโอกาสนี้ เด ลา ฟูเอนเต้ ได้ใช้พื้นที่บนเวทีกล่าวขอบคุณทุกคนในสมาคมฟุตบอลสเปน (RFEF) โดยระบุว่า
“ผมขอขอบคุณ RFEF ท่านประธานสมาคม ผู้อำนวยการกีฬา และทีมงานทุกคนที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จในครั้งนี้ และแน่นอน รวมถึงทีมงานของผมด้วย
หลังจากเคยได้คะแนนโหวตเป็นอันดับที่ 3 ในตอนที่พา ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์ยูโร 2024 มาครองได้สำเร็จ ในที่สุดกุนซือวัย 65 ปีผู้นี้ก็สามารถคว้ารางวัลสูงสุดมาครองได้หลังจากพาทีมคว้า ถ้วยบอลโลก ทว่าแทนที่จะมองว่าความสำเร็จเหล่านี้คือจุดสูงสุดในอาชีพของเขา เด ลา ฟูเอนเต้ กลับมองว่ามันเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอนาคต
“ความสำเร็จไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้าย รางวัลนี้ไม่ใช่การบรรลุเป้าหมาย แต่เป็นแรงกระตุ้นต่างหาก” เขากล่าวอธิบายต่อหน้าเหล่าตำนานลูกหนังและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน
ฟูเอนเต้ ขอบคุณครอบครัวเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้
เด ลา ฟูเอนเต้ เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่มีส่วนสนับสนุนเส้นทางอาชีพของเขา โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ผมขอจบด้วยการขอบคุณครอบครัวของผม ทั้งคนที่ยังอยู่ตรงนี้และคนที่จากเราไปแล้ว ผมนึกถึงพ่อแม่และพี่ชายของผมเสมอ”
เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า “ความสำเร็จส่วนบุคคลนั้นเป็นภาพสะท้อนของความสำเร็จโดยรวมของทีม”
ขณะที่ ลามีน ยามาล ดาวเตะ บาร์เซโลน่า และหนึ่งในขุมพลสำคัญชุดแชมป์ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ของ สเปน ยังคงกวาดรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง หลังคว้ารางวัลโกปา โทรฟี่ หรือ ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมมาครอง
รางวัลนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญในอาชีพการค้าแข้งอันรุ่งโรจน์ และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงตำแหน่งของเขาในฐานะหนึ่งในดาวรุ่งพรสวรรค์ที่โดดเด่นที่สุดของวงการฟุตบอล
ด้วยวัยเพียง 19 ปี นักเตะชาวสเปนรายนี้รักษาตำแหน่งรางวัลนี้ไว้ได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยเอาชนะนักเตะดาวรุ่งฝีมือดีมากมายจากทั่วยุโรป รางวัลนี้บอกเล่าเรื่องราวการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่หยุดยั้ง และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเขาที่มีต่อทั้ง บาร์เซโลน่า และ สเปน
และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด Worldmatch และ บอล โลก รวมไปถึง ถ้วยบอลโลก ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่ เว็บบอลโลก แห่งนี้