ฟีฟ่า เปิดประมูลสิทธิ์ยิงสด บอล โลก 2030 และ 2034

ฟีฟ่า เปิดรับข้อเสนออย่างเต็มที่สำหรัลดีล บอลโลก ครั้งหน้า
ฟีฟ่า เปิดให้ประมูลลิขสิทธิ์ บอลโลก 2 ครั้งต่อเนื่อง

ฟีฟ่า เปิดประมูลสิทธ์ถ่ายทอดสด บอลโลก 2030 และ 2034

ฟีฟ่า ประกาศเปิดประมูลสิทธิ์การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในสหรัฐอเมริกา และเปอร์โตริโก สำหรับ บอลโลก 2030 และต่อเนื่องไปถึง บอล โลก ปี 2034 

การเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของฟีฟ่า ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากความนิยมของกีฬาฟุตบอลในสหรัฐอเมริกาเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล นับตั้งแต่จบ ฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา โดยตัวเลขผู้ชมชาวอเมริกันพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จากการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติครั้งล่าสุด ส่งผลให้ ฟีฟ่า มองหานวัตกรรมการถ่ายทอดสดและวิธีการออกอากาศรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล

กระบวนการประมูลสิทธิ์ในครั้งนี้กำลังดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมสื่อและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลก สื่อโทรทัศน์แบบดั้งเดิม (Linear TV) กำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ซึ่ง ฟีฟ่า ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมเปิดรับ “วิธีการออกอากาศที่สร้างสรรค์และทันสมัย” เพื่อขยายฐานแฟนบอลในตลาดอเมริกาให้กว้างขวางที่สุด

สหรัฐฯ อาจมีการประมูลที่ดุเดือดลิขสิทธิ์ บอลโลก ครั้งใหม่
สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงฟุตบอลฟีเวอร์ หลังประสบความสำเร็จจาก บอลโลก

การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก กำลังเข้าสู่ยุคทอง สตรีมมิ่ง

กำหนดเวลาสำคัญที่ ฟีฟ่า วางไว้คือ วันที่ 19 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นเส้นตายสำหรับสถานีโทรทัศน์ เครือข่ายการออกอากาศ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งดิจิทัลในการส่งข้อเสนอประมูลอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารของเครือข่ายสื่อชั้นนำหลายแห่งคาดว่าจะเตรียมข้อเสนอมูลค่ามหาศาลระดับหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกชิง ถ้วยบอลโลก

มูลค่าและความน่าสนใจของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในครั้งนี้ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น เนื่องจากทัวร์นาเมนต์ทั้งสองชุดมีมิติความยิ่งใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ 

ฟุตบอลโลก ปี 2030 เป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของการแข่งขัน ฟุตบอลโลก โดย ฟีฟ่า ได้วางรูปแบบการแข่งขันระดับโลกอย่างไม่มีใครเคยทำมาก่อน นัดเปิดสนามจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ อาร์เจนตินา ปารากวัย และอุรุกวัย ก่อนที่การแข่งขันหลักทั้งหมดจะย้ายไปจัดที่ 3 ประเทศเจ้าภาพร่วม ได้แก่ สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก

ขณะที่ ฟุตบอลโลกปี 2034 จะเป็นการแข่งขันจะถูกจัดขึ้นที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพเพียงผู้เดียว ถือเป็นอีกหนึ่งศึกการแข่งขันที่คาดว่าจะมีการลงทุนทางเทคโนโลยีและโปรดักชันการถ่ายทอดสดอย่างมหาศาล   

ความต่อเนื่องของการได้สิทธิ์ออกอากาศทั้งสองทัวร์นาเมนต์ (2030 และ 2034) ช่วยให้ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงสามารถวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด การดึงดูดสปอนเซอร์ และการสร้างฐานผู้ติดตามในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่า  

ยุคใหม่ของลิขสิทธิ์สื่อกีฬาในตลาดสหรัฐอเมริกา   

ในอดีต ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก ในสหรัฐอเมริกา เคยตกเป็นของเครือข่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Fox Sports (ภาคภาษาอังกฤษ) และ Telemundo (ภาคภาษาสเปน) ทว่าการเปิดประมูลรอบใหม่นี้เกิดขึ้นในสภาวะที่สตรีมมิ่งเจ้าน้อยใหญ่ เช่น Netflix, Apple TV+, Amazon Prime Video รวมถึง Peacock และ Paramount+ ต่างรุกหนักในตลาดถ่ายทอดสดกีฬาอย่างต่อเนื่อง   

การที่แฟนบอลชาวอเมริกันให้ความสนใจติดตามฟุตบอลระดับชาติเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา บวกกับความสำเร็จของการขยายจำนวนทีมแข่งขันเป็น 48 ทีม ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงมูลค่าเชิงพาณิชย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน การส่งข้อเสนอประมูลที่จะสิ้นสุดในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ 

ทั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้ถือสิทธิ์ถ่ายทอดสดเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางใหม่ว่าแฟนบอลจะรับชมฟุตบอลโลกในอนาคตอย่างไรอีกด้วย

การแย่งชิงสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดในสหรัฐอเมริกา นั้นคาดว่าจะดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความสนใจภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก 

ข้อมูลจาก ฟีฟ่า ระบุว่า ฟุตบอลโลก ปี 2026 มียอดผู้ชมเฉลี่ยสูงถึง 13.5 ล้านคนต่อแมตช์ ผ่านทั้งช่องทางโทรทัศน์ปกติและแพลตฟอร์มสตรีมมิงในสหรัฐอเมริกา ตัวเลขที่น่าทึ่งนี้ถือเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 166% เมื่อเทียบกับการแข่งขันในปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงมูลค่าเชิงพาณิชย์อันมหาศาลของแพ็กเกจการถ่ายทอดสดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด Worldmatch และ บอล โลก รวมไปถึง ถ้วยบอลโลก ผลการแข่งขัน สามารถติดตามข่าวได้ที่ เว็บบอลโลก แห่งนี้